แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ English Reading-Writing แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ English Reading-Writing แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558
Reading for Main Idea
สิ่งที่ต้องสังเกตในข้อสอบแบบตัวเลือกเรื่อง main idea
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ข้อนี้ไม่ใช่ main idea
ตัวเลือกที่ไม่ใช่ main idea จะ
1. เป็นรายละเอียดหนึ่งรายละเอียดของทั้ง paragraph เท่านั้น
2. พูดหัวข้อเดียวกันกับ paragraph นั้น แต่พูดในประเด็นอื่นที่ไม่มีใน paragraph
3. พูดในเรื่องที่ใหญ่กว่าสิ่งที่ paragraph กำลังพูดถึง
แบบฝึกเพิ่มเติมเรื่อง main idea
(Sources for practicing online)
Reading for Main Idea Exercise 1
Reading for Main Idea Exercise 2
Reading for Main Idea Exercise 3
แบบฝึกแบบรวม ๆ มีทุกทักษะการอ่าน
Reading Practice Test 1
Reading Practice Test Set
วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
Relative clause
Relative clause คือ clause (ประโยคย่อย หรือ อนุประโยค) ที่ขยายความ เพื่อระบุว่าคำนามหรือสรรพนามที่กล่าวมาก่อนหน้านั้นหมายถึงใคร คนใด อะไร หรือ สิ่งใด Relative Clause จะตามหลัง noun หรือ pronoun
หน้าที่ของ Relative Clause คือ
1. เพิ่มความ หรือความหมายให้แก่คำนามหรือคำสรรพนาม
(มาแทน แล้วมาขยายคำ ๆ นั้น)
2. เชื่อมความระหว่าง 2 ความมาไว้ในประโยดเดียว
โดยปกติแล้ว relative clause เราจะรู้จักกันในนามประโยค "ที่ ซึ่ง อัน"
ซึ่งเกิดจาก 2 ประโยค เอามารวมไว้ในประโยคเดียว
สรุปเรื่อง relative clause ให้อ่านรอบแรกว่า
ในประโยคย่อย The dryer is out of order. (ไดร์เป่าผมเสีย) นั้น the dryer เป็นประธาน เมื่อจะเอาไปขยายประโยคที่ 1 ก็ต้องขยายแบบประธานที่เป็นสิ่งที่ไม่ใช่คน จึงต้องใช้ which แทน ดังนี้
หน้าที่ของ Relative Clause คือ
1. เพิ่มความ หรือความหมายให้แก่คำนามหรือคำสรรพนาม
(มาแทน แล้วมาขยายคำ ๆ นั้น)
2. เชื่อมความระหว่าง 2 ความมาไว้ในประโยดเดียว
แล้วความ 2 ความนั้นหมายถึงอะไร
โดยปกติแล้ว relative clause เราจะรู้จักกันในนามประโยค "ที่ ซึ่ง อัน"
ซึ่งเกิดจาก 2 ประโยค เอามารวมไว้ในประโยคเดียว
2 ความ ก็คือ 2 ประโยค นั่นเอง
อธิบายเรื่อง relative clause แบบเป็นขั้น ๆ
![]() |
| คลิกที่รูปเพื่อขยายให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้น |
สรุปเรื่อง relative clause ให้อ่านรอบแรกว่า
Relative Clause เป็นการระบุหรือพูดถึงคน ๆ ไหน หรือสิ่ง ๆ ใด ด้วยการใช้ relative pronoun (เช่น who, which, that, whose, of which เทียบกับภาษาไทยว่า ที่ ซึ่ง อัน) มาแทนคำที่จะระบุนั้น ๆ
หลักการของ Relative Pronoun
1. ทำหน้าที่แทนและเป็นประธานของประโยคย่อย
2. มีความหมายว่า ที่ ซึ่งอัน
3. เอากริยาประโยคย่อยมาใช้ได้เลย
วิธีการใช้ Relative Pronoun
1. ทำหน้าที่แทนและเป็นประธานของประโยคย่อย
2. มีความหมายว่า ที่ ซึ่งอัน
3. เอากริยาประโยคย่อยมาใช้ได้เลย
วิธีการใช้ Relative Pronoun
![]() |
| คลิกที่รูปเพื่อขยายให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้น |
ตารางช่วยจำวิธีการใช้ Relative Pronoun
![]() |
| คลิกที่รูปเพื่อขยายให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้น |
ตัวอย่างการสร้างประโยค Relative Clause
ตัวอย่างที่ 1 ขยายแบบเป็นประธาน
ประโยคที่ 1 The dryer is on the table.
ประโยคที่ 2 The dryer is out of order.
ประโยค 2 ประโยคคือ
1.ไดร์เป่าผมวางอยุ่บนโต๊ะ
2. ไดร์เป่าผมเสีย
เรากำลังจะเชื่อมให้กลายเป็น ไดร์เป่าผมที่วางอยุ่บนโต๊ะเสีย
ในประโยคย่อย The dryer is out of order. (ไดร์เป่าผมเสีย) นั้น the dryer เป็นประธาน เมื่อจะเอาไปขยายประโยคที่ 1 ก็ต้องขยายแบบประธานที่เป็นสิ่งที่ไม่ใช่คน จึงต้องใช้ which แทน ดังนี้
The dryer which is on the table is out of order.
ตัวอย่างที่ 2 ขยายแบบเป็นกรรม
ประโยคที่ 1 The dryer is on the table.
ประโยคที่ 2 I use the dryer every day.
ประโยค 2 ประโยคคือ
1.ไดร์เป่าผมวางอยุ่บนโต๊ะ
2. ฉันใช้ไดร์เป่าผมทุกวัน
เรากำลังจะเชื่อมให้กลายเป็น ไดร์เป่าที่ฉันใช้ทุกวันวางอยุ่บนโต๊ะเสีย
ในประโยคย่อย I use the dryer every day. (ฉันใช้ไดร์เป่าผมทุกวัน) นั้น the dryer เป็นกรรม เมื่อจะเอาไปขยายประโยคที่ 1 ก็ต้องขยายแบบกรรมที่เป็นสิ่งที่ไม่ใช่คน จึงต้องใช้ which แทน ดังนี้
The dryer which I use every day is on the table.
ซึ่งคำว่า I use every day จะตามหลัง which มาคั่นหลัง the dryer ทันที แล้วค่อยตามมาด้วย is on the table.
ซึ่งคำว่า I use every day จะตามหลัง which มาคั่นหลัง the dryer ทันที แล้วค่อยตามมาด้วย is on the table.
ตัวอย่างที่ 3 ขยายแบบแสดงความเป็นเจ้าของ
ประโยคที่ 1 The driver is my cousin.
ประโยคที่ 2 His car was stolen last week.
ประโยค 2 ประโยคคือ
1. คนขับรถคือเป็นพี่ลูกน้องของฉัน
2. รถยนต์ของเขาถูกขโมยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
เรากำลังจะเชื่อมให้กลายเป็น คนขับรถคนที่รถยนต์ (ของเขา) ถูกขโมยเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน
ในประโยคย่อย His car was stolen last week. (รถยนต์ของเขาถูกขดมยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว) นั้น his car แสดงความเป็นเจ้าของให้ driver เมื่อจะเอาไปขยายประโยคที่ 1 ก็ต้องขยายแบบแสดงความเป็นเจ้าของที่เป็นคน จึงต้องใช้ whose แทน ดังนี้
The driver whose car was stolen last week is my cousin.
ซึ่งคำว่า whose car จะตามหลัง driver แล้วตามด้วย was stolen last week ทันที แล้วค่อยตามมาด้วย is my cousin.
ทำแบบฝึกเรื่อง Relative Clause กันนะจ๊ะ
ชื่อผู้สอน: rapassak.hetthong
ซึ่งคำว่า whose car จะตามหลัง driver แล้วตามด้วย was stolen last week ทันที แล้วค่อยตามมาด้วย is my cousin.
ทำแบบฝึกเรื่อง Relative Clause กันนะจ๊ะ
ชื่อผู้สอน: rapassak.hetthong
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
Subject-verb Agreement
Subject-verb Agreement
ในภาษาอังกฤษ รูปกริยาต้องสอดคล้องกับประธาน
คือต้องมีการผัน ไม่ว่าจะสอดคล้องกับประธานในลักษณะเอกพจน์-พหูพจน์ และสอดคล้องตามกาล (tense) ซึ่งมีรายละเอียดต่อไปนี้
1. กิจวัตรที่ทำเป็นปกติวิสัย เป็นปัจจุบัน หรือเป็นข้อมูลหรือลักษณะที่เกิดขึ้นจริง
(Habits and routines)
กริยาจะต้องเป็นกริยาในรูป present simple tense ผันตามประธาน 2 กรณีคือ
1.1 ถ้าประธานเป็น I, you, we, they กริยาจะไม่มีการผันใด ๆ
ตัวอย่างที่ 1
-I cook Thai food every day.
(every day เป็นตัวบอกว่าเป็นกิจวัตร)
ตัวอย่างที่ 2
-They come from Thailand. They look different from us. (เป็นข้อเท็จจริง)
1.2 ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ he, she, it หรือชื่อคน ๆ เดียว หรือคำนามรูปเอกพจน์ กริยาจะมีการผัน คือต้องเติม s หรือ es
- เติม - es ต่อท้ายคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ch, o, s, sh, x, z
ตัวอย่างคำกริยา เช่น catch, watch, do, go, fix, wish, wash, push, glitz, spritz เป็นต้น
ตัวอย่างที่ 3
-Susan watches TV in the morning.
ตัวอย่างที่ 4
-He does his work very quickly.
- เติม - ies ต่อท้ายคำกริยาลงท้ายด้วย y โดยตัด y ออกก่อน
แล้วจึงเติม - es เช่น modify, rely, satisfy, etc.
ตัวอย่างที่ 5
- My son relies on me.
ตัวอย่างที่ 6
- The food taste satisfies the guests.
- เติม - s ต่อท้ายคำกริยาลงท้ายด้วย y สำหรับคำที่ข้างหน้า y เป็นสระ a, e, o, u เช่น buy, say, destroy, lay, etc. คือเติม -s ได้เลย
ตัวอย่างที่ 7
- The manager says something every morning.
ตัวอย่างที่ 8
- My wife usually buys iced tea from the shop in Surat town.
คำบางคำที่ต้องจดจำว่าเป็นประะธานเอกพจน์หรือพหูพจน์
1. all หรือ all of
all จะอยู่หน้าคำนามรูปพหูพจน์ หรือ นามนับไม่ได้ เพื่อพูดถึง "ทั้งหมด นับรวม" ให้ผันกริยาตามคำนาม
All of the rice (rice เป็นนามนับไม่ได้) กริยาผันสอดคล้องกับประธานเอกพจน์
All of the students (students เป็นนามนับได้พหูพจน์) กริยาผันสอดคล้องกับประธานพหูพจน์
เช่น
ตัวอย่างที่ 9
All the sugar in the jar is bad.
2. some หรือ some of
some จะอยู่หน้าคำนามรูปพหูพจน์ หรือ นามนับไม่ได้ เพื่อพูดถึง "บางส่วน บ้าง หรือจำนวนหนึ่ง"
ตัวอย่างที่ 11
Some of the coconut milk smells bad.
กะทิบางส่วนมีกลิ่นไม่ดี
(coconut milk เป็นประธานที่เป็นนามนับไม่ได้) กริยาผันสอดคล้องกับประธานเอกพจน์
ตัวอย่างที่ 12
Some of the students don't want to go to the stadium.
นักเรียนบางคนไม่อยากไปที่สนามกีฬา
(students เป็นนามนับได้พหูพจน์) กริยาผันสอดคล้องกับประธานพหูพจน์
หมายเหตุ
คำอื่น ๆ ที่เป็นประธานแล้วกริยาจะผันโดยดูนามที่ตามหลังเช่นเดียวกับ all of ... หรือ some of ... มีดังนี้
คำว่า a lot of
คำว่า a lot of + นามนับไม่ได้
คำว่า a lot of + นามนับได้พหูพจน์
คำว่า many of
คำว่า many of + นามนับได้พหูพจน์
3. none of
none of จะอยู่หน้าคำนามรูปพหูพจน์ เพื่อพูดถึง "ไม่สักอัน ไม่สักคน ไม่มีเลย" เช่น
ตัวอย่างที่ 13
None of the children wants to see the fight.
(เด็กทุกคนไม่.... หรือ ไม่มีเด็กซักคนที่ .....)
แปลว่า ไม่มีเด็กอยากเห็นการต่อสู้สักคน
(children เป็นนามนับได้ พหูพจน์ก็จริง) แต่กริยาผันให้กับประธานรูปเอกพจน์
หมายเหตุ
คำที่เป็นประธานแล้วกริยาจะเป็นกริยาของประธานเอกพจน์เหมือนกัน none of มีดังนี้
คำว่า no
- no + นามนับไม่ได้
คำว่า neither of
- neither of + นามนับได้พหูพจน์
คำว่า either of หรือ either + นามเอกพจน์
- either of + นามนับได้พหูพจน์
4. neither...nor.../either...or...
ทั้งสองคำนี้ต้องดูว่าหลัง nor หรือ or เป็นคำนามเอกพจน์หรือพหูพจน์ แล้วให้ผันกริยาตามคำนามนั้น เช่น
ตัวอย่างที่ 14
Neither the teacher nor the students go to the cinema.
(กริยาผันตามประธานที่อยู่หลัง nor)
ตัวอย่างที่ 15
Either Somsri or the her daughters are going to Central for dinner tonight.
(กริยาผันตามประธานที่อยู่หลัง or)
ทำแบบฝึกเรื่อง Subject-verb agreement
ในภาษาอังกฤษ รูปกริยาต้องสอดคล้องกับประธาน
คือต้องมีการผัน ไม่ว่าจะสอดคล้องกับประธานในลักษณะเอกพจน์-พหูพจน์ และสอดคล้องตามกาล (tense) ซึ่งมีรายละเอียดต่อไปนี้
1. กิจวัตรที่ทำเป็นปกติวิสัย เป็นปัจจุบัน หรือเป็นข้อมูลหรือลักษณะที่เกิดขึ้นจริง
(Habits and routines)
กริยาจะต้องเป็นกริยาในรูป present simple tense ผันตามประธาน 2 กรณีคือ
1.1 ถ้าประธานเป็น I, you, we, they กริยาจะไม่มีการผันใด ๆ
ตัวอย่างที่ 1
-I cook Thai food every day.
(every day เป็นตัวบอกว่าเป็นกิจวัตร)
ตัวอย่างที่ 2
-They come from Thailand. They look different from us. (เป็นข้อเท็จจริง)
1.2 ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ he, she, it หรือชื่อคน ๆ เดียว หรือคำนามรูปเอกพจน์ กริยาจะมีการผัน คือต้องเติม s หรือ es
- เติม - es ต่อท้ายคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ch, o, s, sh, x, z
ตัวอย่างคำกริยา เช่น catch, watch, do, go, fix, wish, wash, push, glitz, spritz เป็นต้น
ตัวอย่างที่ 3
-Susan watches TV in the morning.
ตัวอย่างที่ 4
-He does his work very quickly.
- เติม - ies ต่อท้ายคำกริยาลงท้ายด้วย y โดยตัด y ออกก่อน
แล้วจึงเติม - es เช่น modify, rely, satisfy, etc.
ตัวอย่างที่ 5
- My son relies on me.
ตัวอย่างที่ 6
- The food taste satisfies the guests.
- เติม - s ต่อท้ายคำกริยาลงท้ายด้วย y สำหรับคำที่ข้างหน้า y เป็นสระ a, e, o, u เช่น buy, say, destroy, lay, etc. คือเติม -s ได้เลย
ตัวอย่างที่ 7
- The manager says something every morning.
ตัวอย่างที่ 8
- My wife usually buys iced tea from the shop in Surat town.
คำบางคำที่ต้องจดจำว่าเป็นประะธานเอกพจน์หรือพหูพจน์
1. all หรือ all of
all จะอยู่หน้าคำนามรูปพหูพจน์ หรือ นามนับไม่ได้ เพื่อพูดถึง "ทั้งหมด นับรวม" ให้ผันกริยาตามคำนาม
All of the rice (rice เป็นนามนับไม่ได้) กริยาผันสอดคล้องกับประธานเอกพจน์
All of the students (students เป็นนามนับได้พหูพจน์) กริยาผันสอดคล้องกับประธานพหูพจน์
เช่น
ตัวอย่างที่ 9
All the sugar in the jar is bad.
ตัวอย่างที่ 10
All the passengers in this flight love the demonstrations.
some จะอยู่หน้าคำนามรูปพหูพจน์ หรือ นามนับไม่ได้ เพื่อพูดถึง "บางส่วน บ้าง หรือจำนวนหนึ่ง"
ตัวอย่างที่ 11
Some of the coconut milk smells bad.
กะทิบางส่วนมีกลิ่นไม่ดี
(coconut milk เป็นประธานที่เป็นนามนับไม่ได้) กริยาผันสอดคล้องกับประธานเอกพจน์
ตัวอย่างที่ 12
Some of the students don't want to go to the stadium.
นักเรียนบางคนไม่อยากไปที่สนามกีฬา
หมายเหตุ
คำอื่น ๆ ที่เป็นประธานแล้วกริยาจะผันโดยดูนามที่ตามหลังเช่นเดียวกับ all of ... หรือ some of ... มีดังนี้
คำว่า a lot of
คำว่า a lot of + นามนับไม่ได้
คำว่า a lot of + นามนับได้พหูพจน์
คำว่า many of + นามนับได้พหูพจน์
คำว่า a number of
คำว่า a number of + นามนับได้พหูพจน์
คำว่า a number of + นามนับได้พหูพจน์
3. none of
none of จะอยู่หน้าคำนามรูปพหูพจน์ เพื่อพูดถึง "ไม่สักอัน ไม่สักคน ไม่มีเลย" เช่น
ผันกริยาเหมือนประธานเป็นเอกพจน์เสมอ
ตัวอย่างที่ 13
None of the children wants to see the fight.
(เด็กทุกคนไม่.... หรือ ไม่มีเด็กซักคนที่ .....)
แปลว่า ไม่มีเด็กอยากเห็นการต่อสู้สักคน
(children เป็นนามนับได้ พหูพจน์ก็จริง) แต่กริยาผันให้กับประธานรูปเอกพจน์
หมายเหตุ
คำที่เป็นประธานแล้วกริยาจะเป็นกริยาของประธานเอกพจน์เหมือนกัน none of มีดังนี้
คำว่า no
- no + นามนับไม่ได้
- no + นามนับได้พหูพจน์
คำว่า neither of
- neither of + นามนับได้พหูพจน์
คำว่า either of หรือ either + นามเอกพจน์
- either of + นามนับได้พหูพจน์
- either + นามเอกพจน์
4. neither...nor.../either...or...
ทั้งสองคำนี้ต้องดูว่าหลัง nor หรือ or เป็นคำนามเอกพจน์หรือพหูพจน์ แล้วให้ผันกริยาตามคำนามนั้น เช่น
ตัวอย่างที่ 14
Neither the teacher nor the students go to the cinema.
(กริยาผันตามประธานที่อยู่หลัง nor)
ตัวอย่างที่ 15
Either Somsri or the her daughters are going to Central for dinner tonight.
(กริยาผันตามประธานที่อยู่หลัง or)
ทำแบบฝึกเรื่อง Subject-verb agreement
วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557
Error Corrections-Set 1 for Section 16
สำหรับใครที่อยากดูงานทุกชิ้น ให้คลิก สารบัญงานทั้งหมด
มาลด errors ในงานเขียนภาษาอังกฤษ และอาจจะช่วยเรื่องการพูดได้ด้วย
ประจำวันที่ 15 มกราคม 2557
วิธีการโพสต์
1. ประโยคที่ผิด
2. แก้ให้ถูกต้องคือ
3. คำอธิบาย:
4. โดย ชื่อ นามสกุล รหัสนักศึกษา
เช่น
ประโยคที่ผิด He were very lazy.
แก้ให้ถูกต้องคือ He was very lazy.
คำอธิยาย: กริยา be ที่เป็น past tense ที่ใช้กับประธาน he, she หรือ it คือ was
ประโยคที่ให้มาผิดเนื่องจากใช้ were กับ he
โดย นางสาวสมเสร็จ เห็ดนางฟ้า รหัส 56434567888
Error Corrections-Set 1 Section 17
สำหรับใครที่อยากดูงานทุกชิ้น ให้คลิก สารบัญงานทั้งหมด
มาลด errors ในงานเขียนภาษาอังกฤษ และอาจจะช่วยเรื่องการพูดได้ด้วย
อันนี้เป็นชุดที่ 1 สำหรับ section 17 เท่านั้นนะ
ประจำวันที่ 14 มกราคม 2557
วิธีการโพสต์
1. ประโยคที่ผิด
2. แก้ให้ถูกต้องคือ
3. คำอธิบาย:
4. โดย ชื่อ นามสกุล รหัสนักศึกษา
เช่น
ประโยคที่ผิด He were very lazy.
แก้ให้ถูกต้องคือ He was very lazy.
คำอธิยาย: กริยา be ที่เป็น past tense ที่ใช้กับประธาน he, she หรือ it คือ was
ประโยคที่ให้มาผิดเนื่องจากใช้ were กับ he
โดย นางสาวสมเสร็จ เห็ดนางฟ้า รหัส 56434567888
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



