แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Fundamental English at PSU แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Fundamental English at PSU แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Passive Voice Part 2

ไป part 1

เปลี่ยนประโยคต่อไปนี้เป็นรูป active voice (Change the sentences into active forms)
1. New employees are always welcome by the manager.
2. Janet was given a present by her colleagues when she was tired.
3. The photography was invented by Thomas Edison in 1877.
4. An armchair, which can play music, has been just invented by Stephen Court.  
5. Where will you be sent by the company next year?




เฉลย
1. The manager always welcomes new employees
2. Janet’s colleagues gave her a present when she was tired
3. Thomas Edison invented the photography in 1877
4. Stephen Court has just invented an armchair which can play music
5. Where will your company send you next year?


มีอีกครับ แบบฝึกหัด passive voice ดาวน์โหลดไปลองทำดูนะครับ

แค่นี้คงยังไม่พอให้เอาไปใช้ ทำข้อสอบหรอกนะครับ 
ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้เรื่องไวยากรณ์ ดีกว่า การใช้
ผมจึงตอบสนองความต้องการ โดยไม่ทิ้งเรื่องการใช้

โดยขอยกตัวอย่างประโยคที่มีคนถามใน facebook ว่าประโยค
They punished the boy for stealing. เปลี่ยนเป็นรูป passive voice ได้อย่างไรครับ 

เวลาเราเรียนกฎ เราก็ควรจะรู้ว่า ในการสื่อสารแล้ว รูปประโยคไม่ต้องเน้นให้มีองค์ประกอบครบ เหมือนในการทำข้อสอบ แต่ถ้าจะให้เปลี่ยนกันแบบถอดเป๊ ะ ๆ อกกมาเลยนะครับ สำหรับประโยคด้านบนแล้วล่ะก็ ประธานเก่าควรจะคงอยู่ ครับ ลองสังเกตดูนะครับ ถ้าประโยค active บอกว่า Someone punished the boy for stealing. ก็จะเปลี่ยนเป็น The boy was punished for stealing. เพราะไม่ต้องการเน้น ว่าถูกลงโทษโดยใคร แต่ถ้าประธานของประโยค active (เด่นมาก) ดังตัวอย่างที่ให้มา คือ They โดยวิธีการแล้วก็ควรจะมี they อยู่ในประโยค passive ด้วย ดังนั้นประโยค active ที่ว่า They punished the boy for stealing. ควรเปลี่ยนเป็นประโยค passive ว่า The boy was punished for stealing by them. ถ้าจะให้เนื้อความอยู่ครบและเรียงกันตามประโยคในรูป active ครับ

ถ้ามีประเด็นอะไรที่สำคัญ เดี๋ยวผมเอามาแชร์เพิ่มละกัน

ไป part 1



วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Punctuation

กำลังพัฒนาหน้านี้อยู่ครับ

คลิกไอค่อนด้่้่านล่างเพื่อทบทวน/เรียนรู้เรื่องอื่น ๆ ต่อไป เริ่มจากหน้าหลักของ Intro to Writing 

Click to go to the main page of "Intro to Writing"

Reading Comprehension

1. Passage-based Reading








กลับไปยังหน้าหลักของ วิชา 890102 Fundamental Reading and Writing หรืิอคลิกไอค่อนรูปวิชาืทางซ้ายมือ เพื่อทบทวนเรื่องอื่น ๆ

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Subject vs predicate


เมื่อเราได้เรียนรู้แล้วว่า finite verbs และ non-finite verbs (คลิกเพื่อดูบทเรียนก่อนหน้านี้) ต่างกันอย่างไรแล้ว 


Subject and Predicate คือ การใช้รูปกริยาให้สอดคล้องกับประธาน
Subject (ภาคประธาน) เป็นส่วนที่ทำกริยา อาการ หรือ กระทำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือนามธรรมต่าง ๆ

Predicate (ภาคแสดง) เป็นส่วนที่แสดงกริยา อาการ หรือการกระทำต่าง ๆ ซึ่งเป็นคำกริยา

 ประโยคมี 2 ส่วนคือ

Subject       +      Predicate
ภาคประธาน       ภาคแสดง

ง่าย ๆ เลยนะ สิ่งที่ประธานทำ (ตั้งแต่คำกริยาไปเลย นั่นแหละคือ predicate)

เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้ครับ 

แบบฝึกหัดที่ 1 เลือกว่าข้อไหนเป็น predicate ระหว่าง a, b หรือ c
จากประโยค We shop in the supermarket every afternoon.


a. shop in the supermarket        
b. in the supermarket           
c. every afternoon

ลากคลุมดำแล้วอ่านครับ

เฉลย ข้อ a ถูก  เพราะไรครับ รู้มั้ย เพราะ predicate คือทั้งหมดที่บอกให้รู้ว่าประธานทำอะไร (อย่างไร ที่ไหน เมื่อไร เป็นแค่ส่วนขยาย)  จึงเริ่มนับตั้งแต่คำกริยาไปจนจบประโยค ในข้อที่ 1 แค่คำว่า shop in the supermarket ก็ถือว่าเป็น predicate โดยสมบูรณ์แล้ว คือต้องเริ่มตั้งแต่คำกริยาไงล่ะ


คงไม่ปวดหัวนะครับ



ฝึกแต่งประโยค ลองสร้างประโยคใหม่ โดยนำ a, b และ c มารวมกันสิครับ

(เฉลยอยู่ท้าย นะครับ)


เรามาทำข้อ 2 ถึง ข้อ 10 ต่อนะครับ
หา predicate เช่นกัน ให้เลือกว่า ข้อไหน เป็น predicate ครับ แล้วข้อที่ไม่ใช่ predicate เป็นอะไรล่ะ (เฉลยอยู่ท้าย เช่นกัน)



ข้อ 2       join the party        
ข้อ 3       We are swimming in the stadium now.
ข้อ 4       Can I?
ข้อ 5       move to a new apartment
ข้อ 6       had some housework to do  
ข้อ 7       Somporn, Suda and Prapaipan
ข้อ 8       don't study for exams  
ข้อ 9       should read aloud
ข้อ 10      May I submit the vocab log tomorrow? 






กลับไปยังหน้าหลักของ วิชา 890102 Fundamental Reading and Writing เพื่อทบทวนเรื่องอื่น ๆ




เฉลย แบบฝึกหัด
ข้อ 1 (สร้างประโยค)    I shop in the supermarket every afternoon.


ข้อ 2-10 (ข้อไหนเป็น predicate)    
predicateคือ ข้อ 2, 5, 6, 8, 7 ส่วนข้อ 3, 4, 10 เป็นประโยค
และข้อ 7 เป็นประธาน



ชนิดของ Subject
1. Simple subject
คือประธานคำเดียว ที่ไม่มีคำขยาย เช่น cat, soldier, musician เป็นต้น
2. Complete subject
คือประธานที่มีคำขยาย เพื่อเพิ่มความหมาย เช่น a fat cat, the soldier in the camp, the musicians of our university เป็นต้น
3. Compound subject

คือประธานที่มีมากกกว่า 1 คำ โดย มี and เป็นคำเชื่อม เช่น a cat and a bird, the soldiers and the policemen, the musicians and the singers เป็นต้น



ชนิดของ Predicate
1. Simple predicate
คือคำกริยาคำเดียว ที่ไม่มีคำขยาย เช่น sit, live, cook เป็นต้น
2. Complete predicate
คือคำกริยาที่มีคำขยาย เพื่อเพิ่มความหมาย เช่น sit quietly, live in the apartment , cook rice and curry เป็นต้น
3. Compound predicate
คือคำกริยา 2 คำขึ้นไปที่เชื่อมด้วยคำว่า and และมีประธานเดียวกัน เช่น
Sara lives and studies in this town. 

Finite vs. Non-finite verbs

ก่อนอื่นจะต้องรู้ก่อนว่าประโยคที่สมบูรณ์นั้น จะต้องมีอย่างน้อย 2 ส่วน คือ
ประธาน +  กริยาที่แสดงความหมายถูกต้อง ครบถ้วน
                 (ซึ่งกริยานั้นคือ กริยาแท้ หรือ finite verb)

Finite verb คือกริยาแท้ ซึ่ง

1. ผันตามประธาน 

2. ผันตามกาล (tense)

3. เปลี่ยนตามวาจก (voice) ซึ่ง วาจกก็คือ
Active Voice (กระทำเอง) หรือ 
Passive Voice (ถูกกระทำ)

4. ช่วยกริยาหลัก (Modal หรือ Modal verb)


รู้แล้วสินะ ว่า Finite verb หน้าตาเป็นอย่างไร

ทีนี้ non finite verbs ไม่ต้องผัน แต่ finite verbs ต้องผัน 

*** การผันในที่นี้หมายถึงผันตามบุคคล, จำนวน, รูปกาล(เวลา)ต่าง ๆ, วาจก(กระทำหรือถูกกระทำ 

- non finite verbs จะไม่ขึ้นกับใคร และก็มักพ่วงมากับ finite verbs ครับ
- non finite verbs มีข้อสังเกตว่ามันอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้

ยกตัวอย่างนะ

You like to watch movies.
He likes to watch movies.
She likes to watch movies
They like to watch movies.

ข้างบนนี้ like เป็น finite verbs เพราะว่ามันเปลี่ยนตามประธาน 
ส่วน watch เป็น non-finite verb เพราะว่ามันไม่เปลี่ยนเลย ไม่ว่าประธานจะเป็นอะไรก็ตาม เพราะไม่พ่วงกันอะไร แต่จะอยู่ในรูปที่ควรอยู่ (ตามหลักไวยากรณ์)นั่นเอง

ดูต่อนะ 

I was tired of putting toys away yesterday.
เมื่อวานฉันเหนื่อยที่จะเก็บของเล่นให้เข้าที่



We were tired of putting toys away yesterday.
You were tired of putting toys away yesterday.
He was tired of putting toys away yesterday.

ข้างบนนี้ was และ were เป็น finite verbs เพราะว่ามันเปลี่ยนรูปตามประธาน (subject) และตามกาล (tense ในประโยคคือคำว่า yesterday) 


แต่กริยา putting เป็น non-finite verb เพราะว่ามันเป็นกริยาที่อยู่ในรูปนั้นเสมอ เพราะคำว่า tired of จะตามด้วยกริยาเติม ing เท่านั้นนั่นเองครับ


กลับไปยังหน้าหลักของ วิชา 890102 Fundamental Reading and Writing เพื่อทบทวนเรื่องอื่น ๆ

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

890-101 Fundamental English Listening and Speaking



ดูความรู้เพิ่มเติม และแบบฝึกหัดเพิ่มเติม เสริมทักษะจากบทเรียน ทอล์กไทม์ 2
(ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ดูได้ครับ กำลังเขียนอยู่)

เชิญคลิกเลือก บทที่นักศึกษาต้องการฝึก

บทที่ 1   (1) อาชีพ และ (2) กิจวัตรประจำวัน
เป็นการฝึกบทสนทนา เพื่อให้นักศึกษาสามารถฟัง-พูด ถาม-ตอบ-โต้ตอบ เกี่ยวกับ
(1) อาชีพของตนเองและของผู้อื่นได้
(2) สิ่งที่ทำเป็นกิจวัตร เช่น งานที่ทำ วิชาที่เรียน งานอดิเรก มหาวิทยาลัยที่เราเรียน

บทที่ 2  (1) สิ่งที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน และ (2) ความรู้สึก
(1) สิ่งที่ผู้พูดบอกว่า กำลังทำอยู่ในช่วงที่กำลังพูดอยู่ เช่น พอลกำลังเรียนที่วิทยาลัย โรเบิร์ตกำลังเที่ยวอยู่ในมิลาน (อะไรประมาณเนี้ย)
(1) ความรู้สึก อารมณ์ เช่น มีความสุข เบื่อ ประหลาดใจ ตื่นเต้น โกรธ กังวล
และสามารถบอกเหตุผลได้ ว่าเรามีอารมณ์แบบนั้น เพราะอะไร